📚 บทที่ 6⏱️ 30 นาที🟡 ปานกลาง

📈 Technical Analysis

Support/Resistance, Trendline, Moving Average, RSI, MACD

💡 ลองนึกภาพ GPS นำทาง...

เวลาคุณขับรถไปที่ใหม่ GPS จะดู "ข้อมูลถนน" — เส้นทางไหนรถติด เส้นไหนโล่ง
แล้วก็ "แนะนำ" เส้นทางที่น่าจะดีที่สุดให้คุณ

Technical Analysis ก็เหมือน GPS ของ Trader!
เราดู "ข้อมูลราคา" ในอดีต แล้วก็ "แนะนำ" ว่าราคาน่าจะไปทางไหน 🗺️

แต่จำไว้ — GPS ก็พลาดได้ TA ก็เหมือนกัน มันคือ "ความน่าจะเป็น" ไม่ใช่การันตี!

Technical Analysis คืออะไร?

Technical Analysis (TA) คือการวิเคราะห์กราฟราคาในอดีต เพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคต

หลักการเบื้องหลังคือ: พฤติกรรมคนมักซ้ำรอย — เมื่อราคามาถึงจุดที่คนเคยซื้อ/ขายเยอะ ก็มักจะเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กันอีก

💡 หลักการพื้นฐาน 3 ข้อ:
1. ราคาสะท้อนทุกอย่าง — ข่าว ความรู้สึก ทุกอย่างอยู่ในราคาแล้ว
2. ราคาเคลื่อนที่เป็นแนวโน้ม — ขาขึ้นมักขึ้นต่อ ขาลงมักลงต่อ
3. ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอย — รูปแบบเดิมๆ เกิดขึ้นซ้ำๆ

Support และ Resistance

เครื่องมือพื้นฐานที่สุดและสำคัญที่สุดใน TA!

🏠 นึกภาพบ้าน 2 ชั้น...

พื้นบ้าน = Support — คุณยืนบนพื้น ไม่ตกลงไป
เพดานบ้าน = Resistance — คุณกระโดดก็ชนเพดาน ขึ้นไปไม่ได้

ราคาก็เหมือนคุณในบ้าน — มันเด้งไปมาระหว่างพื้นกับเพดาน!

🟢 Support (แนวรับ)

  • ระดับราคาที่ ผู้ซื้อมักเข้ามา "รับ" ราคาไว้
  • ราคามักจะ หยุดลง หรือ ดีดกลับขึ้น ที่จุดนี้
  • เหมือน "พื้น" ที่รองรับราคาไม่ให้ลงต่อ
  • ยิ่งเทสต์บ่อย ยิ่งแข็งแรง — เหมือนพื้นที่คนเหยียบบ่อยก็แข็งขึ้น

🔴 Resistance (แนวต้าน)

  • ระดับราคาที่ ผู้ขายมักเข้ามา "กด" ราคาลง
  • ราคามักจะ หยุดขึ้น หรือ ดีดกลับลง ที่จุดนี้
  • เหมือน "เพดาน" ที่กั้นราคาไม่ให้ขึ้นต่อ
  • ยิ่งเทสต์บ่อย ยิ่งแข็งแรง
💡 เมื่อ Support ถูกทะลุ → มักกลายเป็น Resistance
เมื่อ Resistance ถูกทะลุ → มักกลายเป็น Support
เรียกว่า "Role Reversal" — พื้นกลายเป็นเพดาน, เพดานกลายเป็นพื้น!

Trendline (เส้นแนวโน้ม)

เส้นที่ลากเชื่อมจุดสำคัญเพื่อแสดงทิศทางของราคา

📈 Uptrend (ขาขึ้น)

  • ลากเส้นเชื่อม จุดต่ำสุด (Low) ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
  • ราคาทำ Higher High และ Higher Low
  • ควร Buy เมื่อราคาลงมาแตะ Trendline

📉 Downtrend (ขาลง)

  • ลากเส้นเชื่อม จุดสูงสุด (High) ที่ต่ำลงเรื่อยๆ
  • ราคาทำ Lower High และ Lower Low
  • ควร Sell เมื่อราคาขึ้นไปแตะ Trendline

➡️ Sideways (ไซด์เวย์)

  • ราคาเคลื่อนที่ในกรอบแคบๆ ไม่มีทิศทางชัด
  • Buy ที่แนวรับ, Sell ที่แนวต้าน
  • หรือรอให้ราคา Breakout ไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
⚠️ กฎสำคัญ: "Trend is your friend"
เทรดตามแนวโน้มมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าเทรดสวนแนวโน้ม

Indicators (อินดิเคเตอร์)

Indicators เหมือน "ผู้ช่วย" ที่ช่วยยืนยันว่าสิ่งที่คุณเห็นในกราฟถูกต้องไหม มันคำนวณจากข้อมูลราคา แล้วแสดงออกมาเป็นเส้นหรือตัวเลขให้อ่านง่าย

1. Moving Average (MA) — ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่

🌡️ MA เหมือนเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้...

ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 37°C = มีไข้
ถ้าราคาสูงกว่าเส้น MA = แนวโน้มขาขึ้น

MA ช่วย "ปรับให้เรียบ" ราคาที่กระโดดไปมา ให้เห็นทิศทางชัดขึ้น
  • SMA (Simple MA) — ค่าเฉลี่ยธรรมดา เฉลี่ยราคาทุกวันเท่ากัน
  • EMA (Exponential MA) — ให้น้ำหนักราคาล่าสุดมากกว่า ไวกว่า SMA ตอบสนองเร็วกว่า

การใช้งาน:

  • ราคาอยู่ เหนือ MA → แนวโน้มขาขึ้น
  • ราคาอยู่ ใต้ MA → แนวโน้มขาลง
  • Golden Cross — MA สั้นตัด MA ยาวขึ้น → สัญญาณซื้อ
  • Death Cross — MA สั้นตัด MA ยาวลง → สัญญาณขาย
💡 MA ที่นิยม: EMA 20, EMA 50, SMA 200
SMA 200 ถือเป็น "เส้นแบ่งขาขึ้น/ขาลง" ที่สำคัญมาก

2. RSI (Relative Strength Index)

🏃 RSI เหมือนเครื่องวัดความเหนื่อยของนักวิ่ง...

นักวิ่งที่วิ่งมานานมักจะ เหนื่อยและต้องพัก
• RSI > 70 = เหนื่อยมาก (Overbought) → อาจต้องพัก = ราคาอาจลง
• RSI < 30 = พักมานาน (Oversold) → พร้อมวิ่งต่อ = ราคาอาจขึ้น

แต่นักวิ่งเก่งๆ อาจวิ่งต่อได้แม้เหนื่อย — เหมือนกราฟที่ขึ้นแรงๆ RSI อาจเกิน 70 นานได้!

RSI มีค่าตั้งแต่ 0-100 บอกว่าราคาถูก "ซื้อมากเกินไป" หรือ "ขายมากเกินไป"

  • RSI > 70 → Overbought (ซื้อมากเกินไป) → อาจกลับตัวลง
  • RSI < 30 → Oversold (ขายมากเกินไป) → อาจกลับตัวขึ้น
  • RSI = 50 → สมดุล ไม่มีสัญญาณชัด
⚠️ ระวัง: RSI > 70 ไม่ได้แปลว่าต้องขายทันที!
ในแนวโน้มขาขึ้นแรง RSI อาจอยู่เหนือ 70 ได้นานมาก
ใช้ร่วมกับสัญญาณอื่นเสมอ — RSI คือ "เบาะแส" ไม่ใช่ "คำตอบ"

3. MACD (Moving Average Convergence Divergence)

🚗 MACD เหมือนวัดความเร็วรถ...

MACD Line = ความเร็วปัจจุบัน
Signal Line = ความเร็วเฉลี่ยที่ผ่านมา
Histogram = รถกำลังเร่งหรือเบรก?

ถ้าความเร็วปัจจุบัน > ความเร็วเฉลี่ย = รถกำลังเร่ง = ราคาน่าจะไปต่อ!

MACD บอก "โมเมนตัม" หรือ "แรงส่ง" ของราคา — ราคากำลังแรงขึ้นหรืออ่อนลง?

ส่วนประกอบ:

  • MACD Line — EMA 12 ลบ EMA 26 (ค่าปกติ)
  • Signal Line — EMA 9 ของ MACD Line
  • Histogram — แท่งกราฟแสดงความต่างระหว่าง MACD กับ Signal

วิธีอ่าน:

  • MACD ตัด Signal ขึ้น → 🟢 สัญญาณซื้อ (Bullish Crossover)
  • MACD ตัด Signal ลง → 🔴 สัญญาณขาย (Bearish Crossover)
  • Histogram เป็น บวกและโตขึ้น → โมเมนตัมขาขึ้นแรง
  • Histogram เป็น ลบและโตขึ้น → โมเมนตัมขาลงแรง

Divergence (ความขัดแย้ง)

เมื่อราคากับ Indicator เคลื่อนที่ สวนทาง กัน อาจเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มกำลังจะเปลี่ยน

  • Bullish Divergence: ราคาทำ Low ใหม่ แต่ RSI/MACD ไม่ทำ Low ใหม่ → อาจกลับตัวขึ้น
  • Bearish Divergence: ราคาทำ High ใหม่ แต่ RSI/MACD ไม่ทำ High ใหม่ → อาจกลับตัวลง

การรวมเครื่องมือเข้าด้วยกัน

ไม่ควรใช้เครื่องมือเดียว! ใช้หลายอย่างยืนยันกัน:

  1. ดูแนวโน้มก่อน — ใช้ Trendline และ MA
  2. หาจุด S/R — ดู Support/Resistance
  3. รอสัญญาณยืนยัน — RSI, MACD, รูปแบบแท่งเทียน
  4. เข้าเทรดเมื่อหลายสัญญาณตรงกัน
💡 ตัวอย่างการวิเคราะห์:
1. MA บอกว่าขาขึ้น ✓
2. ราคาลงมาแตะ Support ✓
3. RSI อยู่ที่ 35 (ใกล้ Oversold) ✓
4. เกิด Hammer ที่แนวรับ ✓
→ สัญญาณ Buy ที่แข็งแรง!

สรุป

  • Support/Resistance — แนวรับ/แนวต้าน พื้นฐานที่สุด
  • Trendline — ดูทิศทางของราคา
  • Moving Average — ดูแนวโน้มและจุดตัด
  • RSI — ดู Overbought/Oversold
  • MACD — ดูโมเมนตัมและสัญญาณซื้อขาย
  • ใช้หลายเครื่องมือ ยืนยันร่วมกัน
🎯 บทถัดไป: เราจะเรียนรู้ Fundamental Analysis — การวิเคราะห์ข่าวเศรษฐกิจและปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อค่าเงิน