เวลาคุณขับรถไปที่ใหม่ GPS จะดู "ข้อมูลถนน" — เส้นทางไหนรถติด เส้นไหนโล่ง
แล้วก็ "แนะนำ" เส้นทางที่น่าจะดีที่สุดให้คุณ
Technical Analysis ก็เหมือน GPS ของ Trader!
เราดู "ข้อมูลราคา" ในอดีต แล้วก็ "แนะนำ" ว่าราคาน่าจะไปทางไหน 🗺️
แต่จำไว้ — GPS ก็พลาดได้ TA ก็เหมือนกัน มันคือ "ความน่าจะเป็น" ไม่ใช่การันตี!
Technical Analysis คืออะไร?
Technical Analysis (TA) คือการวิเคราะห์กราฟราคาในอดีต เพื่อคาดการณ์ทิศทางราคาในอนาคต
หลักการเบื้องหลังคือ: พฤติกรรมคนมักซ้ำรอย — เมื่อราคามาถึงจุดที่คนเคยซื้อ/ขายเยอะ ก็มักจะเกิดเหตุการณ์คล้ายๆ กันอีก
1. ราคาสะท้อนทุกอย่าง — ข่าว ความรู้สึก ทุกอย่างอยู่ในราคาแล้ว
2. ราคาเคลื่อนที่เป็นแนวโน้ม — ขาขึ้นมักขึ้นต่อ ขาลงมักลงต่อ
3. ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอย — รูปแบบเดิมๆ เกิดขึ้นซ้ำๆ
Support และ Resistance
เครื่องมือพื้นฐานที่สุดและสำคัญที่สุดใน TA!
พื้นบ้าน = Support — คุณยืนบนพื้น ไม่ตกลงไป
เพดานบ้าน = Resistance — คุณกระโดดก็ชนเพดาน ขึ้นไปไม่ได้
ราคาก็เหมือนคุณในบ้าน — มันเด้งไปมาระหว่างพื้นกับเพดาน!
🟢 Support (แนวรับ)
- ระดับราคาที่ ผู้ซื้อมักเข้ามา "รับ" ราคาไว้
- ราคามักจะ หยุดลง หรือ ดีดกลับขึ้น ที่จุดนี้
- เหมือน "พื้น" ที่รองรับราคาไม่ให้ลงต่อ
- ยิ่งเทสต์บ่อย ยิ่งแข็งแรง — เหมือนพื้นที่คนเหยียบบ่อยก็แข็งขึ้น
🔴 Resistance (แนวต้าน)
- ระดับราคาที่ ผู้ขายมักเข้ามา "กด" ราคาลง
- ราคามักจะ หยุดขึ้น หรือ ดีดกลับลง ที่จุดนี้
- เหมือน "เพดาน" ที่กั้นราคาไม่ให้ขึ้นต่อ
- ยิ่งเทสต์บ่อย ยิ่งแข็งแรง
เมื่อ Resistance ถูกทะลุ → มักกลายเป็น Support
เรียกว่า "Role Reversal" — พื้นกลายเป็นเพดาน, เพดานกลายเป็นพื้น!
Trendline (เส้นแนวโน้ม)
เส้นที่ลากเชื่อมจุดสำคัญเพื่อแสดงทิศทางของราคา
📈 Uptrend (ขาขึ้น)
- ลากเส้นเชื่อม จุดต่ำสุด (Low) ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
- ราคาทำ Higher High และ Higher Low
- ควร Buy เมื่อราคาลงมาแตะ Trendline
📉 Downtrend (ขาลง)
- ลากเส้นเชื่อม จุดสูงสุด (High) ที่ต่ำลงเรื่อยๆ
- ราคาทำ Lower High และ Lower Low
- ควร Sell เมื่อราคาขึ้นไปแตะ Trendline
➡️ Sideways (ไซด์เวย์)
- ราคาเคลื่อนที่ในกรอบแคบๆ ไม่มีทิศทางชัด
- Buy ที่แนวรับ, Sell ที่แนวต้าน
- หรือรอให้ราคา Breakout ไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
เทรดตามแนวโน้มมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าเทรดสวนแนวโน้ม
Indicators (อินดิเคเตอร์)
Indicators เหมือน "ผู้ช่วย" ที่ช่วยยืนยันว่าสิ่งที่คุณเห็นในกราฟถูกต้องไหม มันคำนวณจากข้อมูลราคา แล้วแสดงออกมาเป็นเส้นหรือตัวเลขให้อ่านง่าย
1. Moving Average (MA) — ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 37°C = มีไข้
ถ้าราคาสูงกว่าเส้น MA = แนวโน้มขาขึ้น
MA ช่วย "ปรับให้เรียบ" ราคาที่กระโดดไปมา ให้เห็นทิศทางชัดขึ้น
- SMA (Simple MA) — ค่าเฉลี่ยธรรมดา เฉลี่ยราคาทุกวันเท่ากัน
- EMA (Exponential MA) — ให้น้ำหนักราคาล่าสุดมากกว่า ไวกว่า SMA ตอบสนองเร็วกว่า
การใช้งาน:
- ราคาอยู่ เหนือ MA → แนวโน้มขาขึ้น
- ราคาอยู่ ใต้ MA → แนวโน้มขาลง
- Golden Cross — MA สั้นตัด MA ยาวขึ้น → สัญญาณซื้อ
- Death Cross — MA สั้นตัด MA ยาวลง → สัญญาณขาย
SMA 200 ถือเป็น "เส้นแบ่งขาขึ้น/ขาลง" ที่สำคัญมาก
2. RSI (Relative Strength Index)
นักวิ่งที่วิ่งมานานมักจะ เหนื่อยและต้องพัก
• RSI > 70 = เหนื่อยมาก (Overbought) → อาจต้องพัก = ราคาอาจลง
• RSI < 30 = พักมานาน (Oversold) → พร้อมวิ่งต่อ = ราคาอาจขึ้น
แต่นักวิ่งเก่งๆ อาจวิ่งต่อได้แม้เหนื่อย — เหมือนกราฟที่ขึ้นแรงๆ RSI อาจเกิน 70 นานได้!
RSI มีค่าตั้งแต่ 0-100 บอกว่าราคาถูก "ซื้อมากเกินไป" หรือ "ขายมากเกินไป"
- RSI > 70 → Overbought (ซื้อมากเกินไป) → อาจกลับตัวลง
- RSI < 30 → Oversold (ขายมากเกินไป) → อาจกลับตัวขึ้น
- RSI = 50 → สมดุล ไม่มีสัญญาณชัด
ในแนวโน้มขาขึ้นแรง RSI อาจอยู่เหนือ 70 ได้นานมาก
ใช้ร่วมกับสัญญาณอื่นเสมอ — RSI คือ "เบาะแส" ไม่ใช่ "คำตอบ"
3. MACD (Moving Average Convergence Divergence)
MACD Line = ความเร็วปัจจุบัน
Signal Line = ความเร็วเฉลี่ยที่ผ่านมา
Histogram = รถกำลังเร่งหรือเบรก?
ถ้าความเร็วปัจจุบัน > ความเร็วเฉลี่ย = รถกำลังเร่ง = ราคาน่าจะไปต่อ!
MACD บอก "โมเมนตัม" หรือ "แรงส่ง" ของราคา — ราคากำลังแรงขึ้นหรืออ่อนลง?
ส่วนประกอบ:
- MACD Line — EMA 12 ลบ EMA 26 (ค่าปกติ)
- Signal Line — EMA 9 ของ MACD Line
- Histogram — แท่งกราฟแสดงความต่างระหว่าง MACD กับ Signal
วิธีอ่าน:
- MACD ตัด Signal ขึ้น → 🟢 สัญญาณซื้อ (Bullish Crossover)
- MACD ตัด Signal ลง → 🔴 สัญญาณขาย (Bearish Crossover)
- Histogram เป็น บวกและโตขึ้น → โมเมนตัมขาขึ้นแรง
- Histogram เป็น ลบและโตขึ้น → โมเมนตัมขาลงแรง
Divergence (ความขัดแย้ง)
เมื่อราคากับ Indicator เคลื่อนที่ สวนทาง กัน อาจเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มกำลังจะเปลี่ยน
- Bullish Divergence: ราคาทำ Low ใหม่ แต่ RSI/MACD ไม่ทำ Low ใหม่ → อาจกลับตัวขึ้น
- Bearish Divergence: ราคาทำ High ใหม่ แต่ RSI/MACD ไม่ทำ High ใหม่ → อาจกลับตัวลง
การรวมเครื่องมือเข้าด้วยกัน
ไม่ควรใช้เครื่องมือเดียว! ใช้หลายอย่างยืนยันกัน:
- ดูแนวโน้มก่อน — ใช้ Trendline และ MA
- หาจุด S/R — ดู Support/Resistance
- รอสัญญาณยืนยัน — RSI, MACD, รูปแบบแท่งเทียน
- เข้าเทรดเมื่อหลายสัญญาณตรงกัน
1. MA บอกว่าขาขึ้น ✓
2. ราคาลงมาแตะ Support ✓
3. RSI อยู่ที่ 35 (ใกล้ Oversold) ✓
4. เกิด Hammer ที่แนวรับ ✓
→ สัญญาณ Buy ที่แข็งแรง!
สรุป
- Support/Resistance — แนวรับ/แนวต้าน พื้นฐานที่สุด
- Trendline — ดูทิศทางของราคา
- Moving Average — ดูแนวโน้มและจุดตัด
- RSI — ดู Overbought/Oversold
- MACD — ดูโมเมนตัมและสัญญาณซื้อขาย
- ใช้หลายเครื่องมือ ยืนยันร่วมกัน