📚 บทที่ 9⏱️ 25 นาที🟡 ปานกลาง

🛡️ Risk Management

กฎ 1-2%, Position Sizing, Stop Loss, Take Profit, Risk:Reward

ทำไม Risk Management ถึงสำคัญที่สุด?

💡 ลองนึกภาพนักมวย...

นักมวยที่ดีไม่ใช่คนที่ต่อยแรงที่สุด — แต่คือคนที่ โดนน้อยที่สุด

คุณอาจต่อยเก่ง แต่ถ้าโดนน็อค 1 ครั้ง = จบเกม
เช่นเดียวกัน คุณอาจวิเคราะห์เก่ง แต่ถ้าพอร์ตหมด = จบเกม

Risk Management คือการหลบหมัด ไม่ใช่การต่อย!

Risk Management คือการจัดการความเสี่ยง — เป็นสิ่งที่แยก Trader ที่อยู่รอดจากคนที่ล้างพอร์ต

⚠️ ความจริงที่ต้องรู้:
74-82% ของ Retail Trader ขาดทุน (ข้อมูลจาก ESMA/FCA regulations)
• สาเหตุหลักไม่ใช่วิเคราะห์ผิด แต่คือ ไม่จัดการความเสี่ยง
• แม้แต่ Trader เก่ง ก็ผิดบ่อย แต่พวกเขารู้จักควบคุมการขาดทุน

กฎ 1-2% (The Golden Rule)

กฎที่สำคัญที่สุดใน Trading!
ไม่ควรเสี่ยงมากกว่า 1-2% ของพอร์ต ในการเทรดแต่ละครั้ง

ตัวอย่างการคำนวณ

  • พอร์ต $1,000 → เสี่ยงได้สูงสุด $10-20 ต่อเทรด
  • พอร์ต $5,000 → เสี่ยงได้สูงสุด $50-100 ต่อเทรด
  • พอร์ต $10,000 → เสี่ยงได้สูงสุด $100-200 ต่อเทรด
💡 ทำไมต้อง 1-2%?
ถ้าเสี่ยง 2% ต่อเทรด และแพ้ติดต่อกัน 10 ครั้ง
พอร์ตจะเหลือประมาณ 82% — ยังมีโอกาสกลับมาได้

ถ้าเสี่ยง 10% ต่อเทรด และแพ้ 10 ครั้ง
พอร์ตจะเหลือแค่ 35% — กู้คืนยากมาก!

Position Sizing (ขนาด Lot ที่เหมาะสม)

Position Sizing คือการคำนวณขนาด Lot ที่เทรด ให้ถ้าโดน Stop Loss จะเสียแค่ 1-2% ของพอร์ต

สูตรคำนวณ Position Size

Position Size (Lots) =
(พอร์ต × % ที่ยอมเสี่ย) ÷ (Stop Loss เป็น Pips × มูลค่าต่อ Pip)

ตัวอย่างการคำนวณ

  • พอร์ต: $1,000
  • ความเสี่ยงที่ยอมรับ: 2% = $20
  • Stop Loss: 50 pips
  • คู่เงิน: EUR/USD (1 pip = $10 ต่อ Standard Lot)

Position Size = $20 ÷ (50 × $10) = $20 ÷ $500 = 0.04 Lot

💡 เครื่องมือช่วยคำนวณ:
ไม่ต้องคิดเอง! ใช้ Position Size Calculator ออนไลน์
ค้นหา "Forex Position Size Calculator" หรือใช้ใน MT4/MT5

Stop Loss (SL) — จุดตัดขาดทุน

Stop Loss คือราคาที่ตั้งให้ปิด Order อัตโนมัติ เพื่อจำกัดการขาดทุน

ทำไมต้องตั้ง Stop Loss?

  • ป้องกันไม่ให้ขาดทุนมากเกินไป
  • ตัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจ
  • ไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอตลอด
  • Trader มืออาชีพทุกคนใช้ Stop Loss!

วิธีตั้ง Stop Loss

  • ตาม Technical — ใต้ Support (Buy) หรือ เหนือ Resistance (Sell)
  • ตาม ATR — 1.5-2 เท่าของ Average True Range
  • ตาม Structure — ใต้ Low ล่าสุด (Buy) หรือ เหนือ High ล่าสุด (Sell)
⚠️ ข้อห้ามเรื่อง Stop Loss:
ห้ามเทรดโดยไม่ตั้ง Stop Loss!
• ห้ามขยับ Stop Loss ให้ไกลออกเมื่อราคาใกล้โดน
• ห้ามตั้ง Stop Loss แคบเกินไป (โดนปัดง่าย)

Take Profit (TP) — จุดทำกำไร

Take Profit คือราคาที่ตั้งให้ปิด Order อัตโนมัติ เพื่อล็อคกำไร

วิธีตั้ง Take Profit

  • ตาม Risk:Reward — เช่น TP = 2 เท่าของ SL
  • ตาม Technical — ที่ Resistance (Buy) หรือ Support (Sell)
  • แบ่ง TP — ปิดบางส่วนที่ TP1, เหลือไว้ไป TP2

Risk:Reward Ratio (RRR)

Risk:Reward คือสัดส่วนระหว่างสิ่งที่ยอมเสีย กับสิ่งที่คาดหวังจะได้

ตัวอย่าง

  • Risk:Reward 1:2 → เสี่ยง 20 pips, เป้า 40 pips
  • Risk:Reward 1:3 → เสี่ยง 20 pips, เป้า 60 pips
💡 พลังของ Risk:Reward 1:2
ถ้า RRR = 1:2 และชนะ 40% ของการเทรด:

เทรด 10 ครั้ง → ชนะ 4, แพ้ 6
กำไร = 4 × $40 = $160
ขาดทุน = 6 × $20 = $120
กำไรสุทธิ = $40 (แม้ชนะน้อยกว่าครึ่ง!)

กฎ Risk:Reward ขั้นต่ำ

  • ขั้นต่ำ 1:1.5 — ไม่ควรต่ำกว่านี้
  • แนะนำ 1:2 — ดีสำหรับส่วนใหญ่
  • ถ้าได้ 1:3+ — ยิ่งดี!

การจัดการ Drawdown

Drawdown คือช่วงที่พอร์ตลดลงจากจุดสูงสุด เป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ

กฎจัดการ Drawdown

  • Drawdown 10% → ลด Position Size ลงครึ่งหนึ่ง
  • Drawdown 20% → หยุดเทรด 1-2 วัน ทบทวน
  • Drawdown 30%+ → หยุดเทรดเงินจริง กลับไป Demo

สรุปหลักการ Risk Management

  1. กฎ 1-2% — ไม่เสี่ยงเกิน 1-2% ต่อเทรด
  2. Position Sizing — คำนวณ Lot ให้เหมาะสม
  3. ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง — ไม่มีข้อยกเว้น!
  4. Risk:Reward อย่างน้อย 1:1.5 — แนะนำ 1:2
  5. อย่าเทรดมากเกินไป — 1-3 คู่เงินพอ
  6. จัดการ Drawdown — รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องหยุด
⚠️ จำไว้: เป้าหมายหลักของ Trader คือ
"อยู่รอดในตลาดให้นานที่สุด"
ถ้าพอร์ตหมด = เกมจบ
Risk Management ช่วยให้คุณอยู่ในเกมได้นานพอที่จะเก่งขึ้น

สรุป

  • Risk Management สำคัญกว่าการวิเคราะห์!
  • ใช้ กฎ 1-2% ทุกเทรด
  • คำนวณ Position Size ให้ถูกต้อง
  • Stop Loss ต้องมีเสมอ
  • หา Trade ที่มี Risk:Reward อย่างน้อย 1:2
🎯 บทถัดไป: เราจะเรียนรู้เรื่องจิตวิทยาการเทรด — FOMO, Revenge Trading และวิธีควบคุมอารมณ์ในการเทรด