📚 บทที่ 5⏱️ 20 นาที🟢 เริ่มต้น

📊 อ่านกราฟเบื้องต้น

วิธีอ่านกราฟแท่งเทียน แท่งเทียนสำคัญ และการเลือก Timeframe

💡 ลองนึกภาพว่าคุณเป็นนักสืบ...

มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น คุณจะจับฆาตกรได้ยังไง?
คุณต้องดู "หลักฐาน" — รอยเท้า, ลายนิ้วมือ, กล้องวงจรปิด

การเทรด Forex ก็เหมือนกัน!
กราฟ = หลักฐาน ที่บอกว่าราคาเคยไปไหน ทำอะไรมาบ้าง
และจากหลักฐาน เราก็ "คาดเดา" ได้ว่าราคาจะไปทางไหนต่อ 🔍

กราฟคืออะไร?

กราฟ (Chart) คือภาพที่แสดงการเคลื่อนไหวของราคาในอดีต เหมือน "ไทม์ไลน์" ที่บันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับราคา

จากกราฟ เราจะเห็น แนวโน้ม (ราคากำลังขึ้นหรือลง?),รูปแบบ (มีสัญญาณอะไรบ้าง?), และ จุดสำคัญ (ราคามักกลับตัวตรงไหน?)

ประเภทของกราฟ

กราฟหลักๆ ที่ใช้ใน Forex มี 3 ประเภท:

1. Line Chart (กราฟเส้น)

  • เส้นเดียวเชื่อมราคาปิดแต่ละช่วงเวลา
  • ดูง่าย เห็นแนวโน้มชัด
  • ข้อมูลน้อย ไม่เห็นรายละเอียด

2. Bar Chart (กราฟแท่ง)

  • แสดง Open, High, Low, Close (OHLC)
  • ข้อมูลครบถ้วน แต่อ่านยากหน่อย
  • นิยมในตลาดอเมริกา

3. Candlestick Chart (กราฟแท่งเทียน) ⭐

  • แสดง OHLC เหมือน Bar แต่อ่านง่ายกว่า
  • นิยมที่สุด ในการเทรด Forex
  • มีรูปแบบ (Pattern) ที่บอกสัญญาณได้
💡 แนะนำ: เรียนรู้ Candlestick Chart เป็นหลัก เพราะใช้กันมากที่สุดและมีรูปแบบที่ช่วยในการวิเคราะห์ได้ดี

รู้จักแท่งเทียน (Candlestick)

แท่งเทียน 1 แท่งประกอบด้วย 4 ส่วน:

  1. Open (ราคาเปิด) — ราคาเมื่อเริ่มต้นช่วงเวลา
  2. Close (ราคาปิด) — ราคาเมื่อจบช่วงเวลา
  3. High (ราคาสูงสุด) — ราคาสูงสุดในช่วงเวลานั้น
  4. Low (ราคาต่ำสุด) — ราคาต่ำสุดในช่วงเวลานั้น

ส่วนประกอบของแท่งเทียน

  • Body (ตัวเทียน) — ส่วนที่อยู่ระหว่าง Open กับ Close
  • Upper Shadow/Wick (ไส้บน) — เส้นจาก Body ถึง High
  • Lower Shadow/Wick (ไส้ล่าง) — เส้นจาก Body ถึง Low

🟢 แท่งเทียนขาขึ้น (Bullish)

  • ราคาปิด สูงกว่า ราคาเปิด
  • มักแสดงเป็น สีเขียว หรือ สีขาว
  • แสดงว่าฝั่ง ผู้ซื้อชนะ ในช่วงเวลานั้น

🔴 แท่งเทียนขาลง (Bearish)

  • ราคาปิด ต่ำกว่า ราคาเปิด
  • มักแสดงเป็น สีแดง หรือ สีดำ
  • แสดงว่าฝั่ง ผู้ขายชนะ ในช่วงเวลานั้น

รูปแบบแท่งเทียนที่ควรรู้

รูปแบบกลับตัวขาขึ้น (Bullish Reversal)

  • Hammer (ค้อน) — ตัวเทียนเล็ก ไส้ล่างยาว ไส้บนสั้น/ไม่มี → อาจกลับตัวขึ้น
  • Morning Star — 3 แท่ง: แดงยาว + เล็กๆ + เขียวยาว → สัญญาณกลับตัวแรง
  • Bullish Engulfing — แท่งเขียวกลืนแท่งแดงก่อนหน้า → สัญญาณกลับตัว

รูปแบบกลับตัวขาลง (Bearish Reversal)

  • Shooting Star (ดาวตก) — ตัวเทียนเล็ก ไส้บนยาว ไส้ล่างสั้น/ไม่มี → อาจกลับตัวลง
  • Evening Star — 3 แท่ง: เขียวยาว + เล็กๆ + แดงยาว → สัญญาณกลับตัวแรง
  • Bearish Engulfing — แท่งแดงกลืนแท่งเขียวก่อนหน้า → สัญญาณกลับตัว

รูปแบบไม่แน่นอน (Indecision)

  • Doji — ราคาเปิด = ราคาปิด ตัวเทียนแทบไม่มี → ตลาดลังเล อาจกลับตัว
  • Spinning Top — ตัวเทียนเล็ก ไส้บนและล่างยาวพอๆ กัน → ตลาดลังเล
⚠️ สำคัญ: รูปแบบแท่งเทียนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ!
ต้องดูบริบทด้วย เช่น อยู่ที่ไหนของแนวโน้ม มีแนวรับ/แนวต้านไหม

Timeframe คืออะไร?

Timeframe คือช่วงเวลาที่แท่งเทียน 1 แท่งแทน ถ้าใช้ Timeframe 1 ชั่วโมง (H1) แท่งเทียน 1 แท่ง = ราคาของ 1 ชั่วโมง

Timeframe ที่ใช้บ่อย

Timeframeชื่อเหมาะกับ
M1, M5, M15นาทีScalping (เทรดสั้นมาก)
M30, H130 นาที - 1 ชม.Day Trading
H44 ชั่วโมงSwing Trading
D1รายวันSwing / Position Trading
W1, MNรายสัปดาห์/เดือนPosition Trading, ดูภาพรวม
💡 สำหรับมือใหม่: แนะนำเริ่มที่ H1 หรือ H4
ไม่เร็วเกินไป มีเวลาคิด และสัญญาณมักน่าเชื่อถือกว่า Timeframe เล็ก

การใช้หลาย Timeframe (Multiple Timeframe Analysis)

Trader มืออาชีพมักดูหลาย Timeframe พร้อมกัน:

  1. Timeframe ใหญ่ (D1, H4) — ดูแนวโน้มหลัก (Trend)
  2. Timeframe กลาง (H1) — หาจุดเข้าเทรด
  3. Timeframe เล็ก (M15) — จับจังหวะเข้าที่แม่นยำ
💡 กฎง่ายๆ: เทรดตามทิศทางของ Timeframe ใหญ่
ถ้า D1 เป็นขาขึ้น → หาจังหวะ Buy ใน H1
ถ้า D1 เป็นขาลง → หาจังหวะ Sell ใน H1

สรุป

  • Candlestick คือกราฟที่นิยมที่สุด แสดง Open, High, Low, Close
  • แท่งเขียว = ขาขึ้น (Bullish), แท่งแดง = ขาลง (Bearish)
  • รูปแบบแท่งเทียนช่วยบอกสัญญาณกลับตัวได้
  • Timeframe บอกว่าแท่งเทียน 1 แท่งแทนเวลาเท่าไหร่
  • มือใหม่แนะนำ H1-H4, ใช้หลาย Timeframe ดูภาพรวม
🎯 บทถัดไป: เราจะเรียนรู้ Technical Analysis เบื้องต้น — Support/Resistance, Trendline และ Indicators สำคัญ