⚡ Scalping คืออะไร?
🎯 ลองเปรียบเทียบกับการตกปลา...
Scalper เหมือนคนตกปลาเล็กๆ ริมฝั่ง — ตกได้บ่อยมาก แต่ได้ปลาตัวเล็กๆ ทีละตัว ต้องนั่งเฝ้าตลอด
Swing Trader เหมือนคนตกปลากลางทะเล — ใช้เวลารอนาน แต่ได้ปลาตัวใหญ่ สามารถไปทำอย่างอื่นระหว่างรอได้
ไม่มีแบบไหนดีกว่า — แค่ต่างกัน!
Scalping คือสไตล์การเทรดที่เน้นเปิด-ปิดออเดอร์ในเวลาสั้นมาก ตั้งแต่ไม่กี่วินาทีจนถึงไม่กี่นาที เป้าหมายคือทำกำไรเล็กๆ แต่ทำบ่อยครั้ง โดยอาศัยความเคลื่อนไหวเล็กน้อยของราคา
🎯 ลักษณะเด่นของ Scalping
- Timeframe: M1-M15 (1-15 นาที)
- ระยะเวลาถือ: ไม่กี่วินาที - ไม่กี่นาที
- เป้าหมายกำไร: 5-20 pips ต่อออเดอร์
- จำนวนเทรด: 10-100+ ออเดอร์ต่อวัน
- Win Rate เป้าหมาย: 60-80%
ข้อดีของ Scalping
- ✅ ไม่ต้องถือ Position ข้ามคืน ไม่มีความเสี่ยง Gap
- ✅ โอกาสเทรดเยอะ สามารถทำกำไรได้ทุกวัน
- ✅ ไม่ต้องรอนาน เห็นผลเร็ว
- ✅ สามารถเริ่มต้นด้วยเงินทุนน้อยได้
- ✅ เรียนรู้การอ่านตลาดได้เร็ว
ข้อเสียของ Scalping
- ❌ ต้องนั่งหน้าจอตลอด ใช้สมาธิสูง
- ❌ ค่า Spread/Commission สะสมเยอะ
- ❌ ความเครียดสูง ต้องตัดสินใจเร็ว
- ❌ ต้องการ Internet ที่เสถียร
- ❌ บางโบรกเกอร์ไม่อนุญาต Scalping
⚠️ ข้อควรระวัง — Scalping ยากกว่าที่คิด!
Scalping ไม่เหมาะกับมือใหม่ที่ยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เพราะต้องตัดสินใจเร็วและมีโอกาสขาดทุนติดต่อกันหลายครั้ง
- สถิติ: งานวิจัยพบว่า Day Traders (รวม Scalpers) มีอัตราการขาดทุนสูงถึง ~95% (จาก Investopedia และงานวิจัยในบราซิล)
- ค่า Spread: ยิ่งเทรดบ่อย ค่า Spread ยิ่งสะสม — เทรด 100 ครั้ง/วัน ที่ 2 pips = 200 pips/วัน ที่ต้องชนะก่อนจะได้กำไร!
- ความเครียด: หลายคนเบิร์นเอาท์ภายใน 1-2 ปี
ควรฝึกใน Demo Account อย่างน้อย 3-6 เดือนก่อนเทรดจริง
🌊 Swing Trading คืออะไร?
Swing Trading คือสไตล์การเทรดที่ถือ Position ตั้งแต่หลายวัน จนถึงหลายสัปดาห์ เป้าหมายคือจับ "Swing" หรือคลื่นของราคา จากจุดต่ำสุดไปจุดสูงสุด (หรือกลับกัน)
🎯 ลักษณะเด่นของ Swing Trading
- Timeframe: H4-D1-W1 (4 ชั่วโมง - สัปดาห์)
- ระยะเวลาถือ: หลายวัน - หลายสัปดาห์
- เป้าหมายกำไร: 100-500+ pips ต่อออเดอร์
- จำนวนเทรด: 2-10 ออเดอร์ต่อเดือน
- Win Rate เป้าหมาย: 40-60%
ข้อดีของ Swing Trading
- ✅ ไม่ต้องนั่งหน้าจอทั้งวัน ดูกราฟวันละ 30 นาที - 1 ชั่วโมง
- ✅ ค่า Spread/Commission ต่อกำไรน้อยกว่า
- ✅ ความเครียดต่ำกว่า มีเวลาคิดวิเคราะห์
- ✅ เหมาะกับคนทำงานประจำ
- ✅ สามารถวิเคราะห์ Fundamental ร่วมได้
ข้อเสียของ Swing Trading
- ❌ มีความเสี่ยง Gap ข้ามคืน/สุดสัปดาห์
- ❌ ต้องมี Margin มากกว่าเพราะ Stop Loss กว้าง
- ❌ อาจมีค่า Swap สะสมถ้าถือนาน
- ❌ โอกาสเทรดน้อยกว่า ต้องรอ Setup
- ❌ ต้องอดทนรอ ใจร้อนไม่ได้
⚖️ เปรียบเทียบ Side-by-Side
| หัวข้อ | ⚡ Scalping | 🌊 Swing Trading |
|---|---|---|
| Timeframe หลัก | M1-M15 | H4-D1-W1 |
| ระยะเวลาถือออเดอร์ | วินาที - นาที | วัน - สัปดาห์ |
| จำนวนเทรดต่อเดือน | 200-2,000+ | 5-20 |
| กำไรเฉลี่ยต่อเทรด | 5-20 pips | 100-500 pips |
| เวลาหน้าจอต่อวัน | 4-10 ชั่วโมง | 0.5-1 ชั่วโมง |
| เงินทุนแนะนำ | $500-2,000 | $2,000-10,000 |
| ระดับความเครียด | สูงมาก 🔴 | ต่ำ-ปานกลาง 🟢 |
| เหมาะกับใคร | เทรดเดอร์เต็มเวลา | คนทำงานประจำ |
| ระดับความยาก | ยากมาก ⭐⭐⭐⭐⭐ | ปานกลาง ⭐⭐⭐ |
💰 เงินทุนที่ต้องใช้
Scalping: เริ่มต้นที่ $500-2,000
แม้ว่า Scalping จะใช้ Stop Loss แคบ (5-10 pips) แต่เนื่องจากเทรดบ่อยมาก จึงต้องมีทุนเพียงพอรับ Drawdown ที่อาจเกิดขึ้นติดต่อกันหลายออเดอร์
📊 ตัวอย่างการคำนวณทุน Scalping
- Risk ต่อเทรด: 0.5% ของพอร์ต
- ถ้าต้องการ Risk $5 ต่อเทรด → ทุนต้องมี $1,000
- SL 10 pips = 0.05 lot (Mini lot)
- รองรับขาดทุนติดกัน 20 ครั้ง = 10% Drawdown
Swing Trading: เริ่มต้นที่ $2,000-10,000
Swing Trading ต้องใช้ Stop Loss กว้างกว่า (50-200 pips) จึงต้องมีทุนมากพอที่จะลด Lot Size ให้ Risk ต่อเทรดอยู่ในระดับที่เหมาะสม
📊 ตัวอย่างการคำนวณทุน Swing
- Risk ต่อเทรด: 1-2% ของพอร์ต
- ถ้า SL 100 pips, Risk 2% → ทุน $5,000
- Position Size = 0.1 lot (1 pip = $1)
- TP 300 pips = $300 (Risk:Reward 1:3)
⏰ เวลาที่ต้องใช้
⚡ Scalping
- ก่อนตลาด: วิเคราะห์ 15-30 นาที
- ระหว่างเทรด: 4-8 ชั่วโมงติดต่อกัน
- ช่วงเวลาที่ดี: London/New York Session
- วันหยุด: ไม่มีเพราะตลาดปิด
รวม: 5-10 ชั่วโมง/วัน
🌊 Swing Trading
- ก่อนตลาด: วิเคราะห์ 20-30 นาที
- ระหว่างวัน: เช็ค 2-3 ครั้ง (10 นาที/ครั้ง)
- ช่วงเวลาที่ดี: เช้า/เย็น ตาม TF ที่ใช้
- วันหยุด: เช็คสัปดาห์ละครั้ง
รวม: 0.5-1 ชั่วโมง/วัน
🧠 บุคลิกที่เหมาะ
คุณเหมาะกับ Scalping ถ้า...
- ✅ ชอบความตื่นเต้น ไม่ชอบรออะไรนานๆ
- ✅ ตัดสินใจเร็ว ไม่ลังเล
- ✅ รับความเครียดได้ดี
- ✅ มีสมาธิสูง จดจ่อได้นาน
- ✅ มีเวลาเต็มที่ให้กับการเทรด
- ✅ ยอมรับการขาดทุนบ่อยๆ ได้ (แต่รวมต้องกำไร)
คุณเหมาะกับ Swing Trading ถ้า...
- ✅ ใจเย็น ไม่รีบร้อน
- ✅ ชอบวิเคราะห์ลึกก่อนตัดสินใจ
- ✅ มีงานประจำ ไม่มีเวลาดูกราฟทั้งวัน
- ✅ ไม่ชอบความเครียดจากการดูราคาขึ้นลงตลอด
- ✅ ต้องการ Work-Life Balance
- ✅ มองภาพใหญ่ได้ ไม่หวั่นไหวกับความผันผวนระยะสั้น
💡 เคล็ดลับ
ถ้าไม่แน่ใจว่าเหมาะกับสไตล์ไหน ให้ลองเทรดใน Demo Account ทั้ง 2 สไตล์ อย่างน้อยสไตล์ละ 1 เดือน จะได้รู้ว่าตัวเองสบายใจกับแบบไหนมากกว่า
🎯 สรุป: เลือกแบบไหนดี?
เลือก Scalping ถ้า...
- มีเวลาเทรดเต็มวัน (4+ ชม.)
- มีทุน $500-2,000 ขึ้นไป
- ชอบความรวดเร็ว ตัดสินใจเร็ว
- Internet เสถียรมาก
- ใช้โบรกเกอร์ที่สเปรดต่ำ (ECN)
เลือก Swing Trading ถ้า...
- มีงานประจำ เวลาจำกัด
- มีทุน $2,000-10,000 ขึ้นไป
- ชอบวิเคราะห์ ใจเย็น
- ไม่อยากเครียดกับการดูกราฟ
- ต้องการ Work-Life Balance
⚠️ สำหรับมือใหม่
แนะนำให้เริ่มจาก Swing Trading ก่อน เพราะมีเวลาคิด วิเคราะห์ และเรียนรู้จากความผิดพลาดได้ดีกว่า เมื่อมีประสบการณ์และทักษะมากขึ้น ค่อยลอง Day Trading หรือ Scalping ทีหลัง
หรือจะทำทั้งสองก็ได้!
หลายเทรดเดอร์มืออาชีพใช้ทั้ง 2 สไตล์ โดยอาจมี:
- 📊 พอร์ต Swing: 70% ของทุน - สำหรับเทรดระยะยาว
- ⚡ พอร์ต Scalping: 30% ของทุน - สำหรับเทรดวันที่มีเวลาว่าง
วิธีนี้ช่วยให้มีรายได้สม่ำเสมอจาก Swing และมีโอกาสเพิ่มกำไรจาก Scalping เมื่อสภาพตลาดเหมาะสม