📈 คู่มือการเทรด

Leverage คืออะไร?
ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

ทำความเข้าใจเรื่อง Leverage ในการเทรด Forex อย่างละเอียด ตั้งแต่พื้นฐาน วิธีคำนวณ Margin ไปจนถึงเทคนิคจัดการความเสี่ยงเพื่อเทรดอย่างปลอดภัย

📈 Leverage คืออะไร?

Leverage หรือ เลเวอเรจ คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถ ควบคุมเงินจำนวนมากได้โดยใช้เงินทุนเพียงเล็กน้อย เปรียบเสมือน "คันโยก" ที่ขยายพลังการเทรดของคุณ

💡 ความหมายง่ายๆ

ถ้าคุณมีเงิน $1,000 และใช้ Leverage 1:100 หมายความว่าคุณสามารถเทรดได้เหมือนมีเงิน $100,000 โดยโบรกเกอร์จะ "ยืม" เงินส่วนที่เหลือให้คุณ

Leverage แสดงเป็นอัตราส่วน

เงินของคุณ$1,000
×100(Leverage 1:100)
พลังเทรด$100,000

⚙️ Leverage ทำงานอย่างไร?

เมื่อคุณเปิด Position โบรกเกอร์จะกันเงินส่วนหนึ่งไว้เป็น Margin (หลักประกัน) และให้คุณเทรดได้ตามอัตราส่วน Leverage ที่กำหนด

1

ฝากเงินเข้าบัญชี

สมมติคุณฝากเงิน $1,000 เข้าบัญชีเทรด

2

เลือก Leverage

บัญชีของคุณมี Leverage 1:100

3

เปิด Position

คุณเปิด Buy EUR/USD 1 lot (มูลค่า $100,000)

4

Margin ถูกกัน

โบรกเกอร์กันเงิน $1,000 เป็น Margin (1% ของ $100,000)

⚠️ สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ

  • กำไรและขาดทุนคำนวณจากมูลค่าเต็ม - ไม่ใช่จากเงินที่คุณฝาก
  • ถ้าราคาขยับ 1% - คุณอาจกำไรหรือขาดทุน 100% ของเงินทุน (ถ้าใช้ 1:100)
  • Margin Call - ถ้าขาดทุนจนเงินเหลือไม่พอ โบรกเกอร์จะปิด Position อัตโนมัติ

📊 เปรียบเทียบ Leverage แต่ละระดับ

มาดูกันว่า Leverage แต่ละระดับส่งผลต่อการเทรดอย่างไร โดยสมมติว่ามีเงินทุน $10,000:

LeverageMargin Requiredพลังเทรดกำไร/ขาดทุน 1%ระดับความเสี่ยง
1:1010%$100,000$1,000ต่ำ
1:502%$500,000$5,000ปานกลาง
1:1001%$1,000,000$10,000สูง
1:5000.2%$5,000,000$50,000สูงมาก

💡 สังเกตว่า...

ถ้าใช้ Leverage 1:500 กับเงิน $10,000 และราคาขยับแค่ 0.2% ผิดทาง คุณจะขาดทุน $10,000 ทั้งหมด (เพราะ $5,000,000 × 0.2% = $10,000)

🧮 วิธีคำนวณ Margin

Margin คือเงินที่โบรกเกอร์กันไว้เป็นหลักประกันเมื่อคุณเปิด Position มาดูวิธีคำนวณ:

📐 สูตรคำนวณ Margin

Margin = (Lot Size × Contract Size × Price) ÷ Leverage

ตัวอย่างการคำนวณ

สถานการณ์:

  • เปิด Buy EUR/USD 1 lot
  • ราคาปัจจุบัน: 1.08500
  • Contract Size: 100,000 units
  • Leverage: 1:100

การคำนวณ:

Margin = (1 × 100,000 × 1.08500) ÷ 100
Margin = 108,500 ÷ 100
Margin = $1,085

คำศัพท์สำคัญ

📊 Free Margin

เงินที่เหลือใช้ได้หลังหัก Margin = Balance - Used Margin + Floating P/L

📈 Margin Level

เปอร์เซ็นต์ความปลอดภัย = (Equity ÷ Used Margin) × 100%

⚠️ Margin Call

เตือนเมื่อ Margin Level ต่ำเกินไป (มักเกิดที่ 50-100%)

🛑 Stop Out

ปิด Position อัตโนมัติเมื่อ Margin Level ต่ำมาก (มักเกิดที่ 20-50%)

⚖️ ข้อดีและข้อเสียของ Leverage

✅ ข้อดี

  • เริ่มต้นด้วยเงินน้อย

    ไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนมากก็เทรดได้

  • ขยายโอกาสทำกำไร

    กำไรเพิ่มขึ้นตามอัตราส่วน Leverage

  • กระจายความเสี่ยง

    เปิดหลาย Position พร้อมกันได้แม้มีเงินน้อย

  • ยืดหยุ่น

    เลือกใช้ Leverage เท่าที่ต้องการได้

❌ ข้อเสีย

  • ขาดทุนเร็วขึ้น

    เหมือนกับกำไร ขาดทุนก็เพิ่มตาม Leverage

  • ล้างพอร์ตได้ง่าย

    ใช้ Leverage สูงเกินไปอาจทำให้เสียเงินทั้งหมดในพริบตา

  • กดดันจิตใจ

    การขาดทุนที่รวดเร็วทำให้ตัดสินใจผิดพลาด

  • ค่า Swap สูงขึ้น

    ถือ Position ข้ามคืน จ่ายค่า Swap ตามมูลค่าเต็ม

🛡️ การจัดการความเสี่ยง

Leverage เป็นดาบสองคม ใช้ถูกวิธีช่วยสร้างกำไร ใช้ผิดวิธีทำลายพอร์ต นี่คือกฎสำคัญที่ต้องปฏิบัติตาม:

🎯

กฎ 1-2%

ไม่ควรเสี่ยงเกิน 1-2% ของพอร์ตต่อ 1 trade นี่คือกฎทองของการจัดการความเสี่ยง

🛑

ตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง

กำหนดจุดตัดขาดทุนก่อนเข้าเทรดทุกครั้ง และไม่ย้าย Stop Loss ให้ขาดทุนมากขึ้น

📊

ใช้ Position Sizing

คำนวณขนาด Lot ที่เหมาะสมโดยอิงจาก Stop Loss และ % ที่ยอมเสี่ยง

⚖️

ใช้ Leverage ต่ำ

แม้โบรกเกอร์ให้ 1:500 แต่คุณไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมด เริ่มจาก 1:10 - 1:50

📐 สูตรคำนวณ Position Size

Lot Size = (Balance × Risk%) ÷ (Stop Loss Pips × Pip Value)

ตัวอย่าง:

  • Balance: $10,000
  • Risk: 2% = $200
  • Stop Loss: 50 pips
  • Pip Value: $10/pip (1 lot EUR/USD)

Lot Size = $200 ÷ (50 × $10) = 0.40 lot

💡 เคล็ดลับจากมืออาชีพ

นักเทรดมืออาชีพส่วนใหญ่ไม่เคยใช้ Leverage เต็มที่ที่โบรกเกอร์ให้ แม้จะมีให้ถึง 1:500 พวกเขามักใช้จริงแค่ 1:10 ถึง 1:20 เท่านั้น เพราะการอยู่รอดในตลาดระยะยาวสำคัญกว่าการทำกำไรเร็ว

🏢 Leverage ของแต่ละโบรกเกอร์

Leverage ที่โบรกเกอร์เสนอขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึง Regulation ของโบรกเกอร์:

🌍 Leverage ตาม Regulation (กฎ ESMA/FCA ตั้งแต่ 2018-2021)

EU/UK1:30 Major Forex, 1:20 Minor, 1:10 Commodities, 1:5 Stocks, 1:2 Crypto
ASICสูงสุด 1:30 (จำกัดตั้งแต่ มี.ค. 2021 ตาม Product Intervention Order)
Offshoreสูงถึง 1:500 - 1:3000 (ไม่มีการคุ้มครองจากหน่วยงาน)

💡 เหตุผลที่จำกัด Leverage: จากสถิติ ESMA/FCA พบว่า 74-82% ของนักลงทุนรายย่อยขาดทุนจากการเทรด CFD การจำกัด Leverage ช่วยลดความเสียหายและปกป้องนักลงทุน

โบรกเกอร์Leverage สูงสุดเงินฝากขั้นต่ำRegulation
HF Marketsสูงสุด 1:2000300 บาทFCADFSA
Exnessไม่จำกัด$10FCACySEC
XM Globalสูงสุด 1:10001,000 บาทASICCySEC
FBSสูงสุด 1:3000$5CySECIFSC
Axiสูงสุด 1:1000300 บาทFCAASIC
IC Marketsสูงสุด 1:1000300 บาทASICCySEC
Vantage Marketsสูงสุด 1:500$50ASICVFSC
RoboForexสูงสุด 1:2000$10FSC BelizeCySEC
VT Marketsสูงสุด 1:500$50ASICFSCA
TMGMสูงสุด 1:1000$100ASICVFSC
QRS FXสูงสุด 1:500$10ASICMISA

⚠️ ข้อควรระวัง

Leverage สูงไม่ได้หมายความว่าโบรกเกอร์ดีกว่า ในทางตรงกันข้าม Regulation ที่เข้มงวด (เช่น EU/UK) จำกัด Leverage เพื่อปกป้องนักลงทุน การที่โบรกเกอร์ให้ Leverage สูงมากอาจหมายความว่าอยู่ภายใต้ Regulation ที่ผ่อนคลาย

ต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติม?

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ทั้งหมดพร้อม Leverage, สเปรด และค่าธรรมเนียม

📊 ดูตารางเปรียบเทียบ

❓ คำถามที่พบบ่อย

Leverage 1:500 กับ 1:100 ต่างกันอย่างไร?

Leverage 1:500 ต้องการ Margin น้อยกว่า (0.2% vs 1%) แต่ความเสี่ยงสูงกว่า เพราะราคาขยับนิดเดียวก็อาจขาดทุนมาก ไม่แนะนำสำหรับมือใหม่

ควรใช้ Leverage เท่าไหร่?

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้ใช้ 1:10 ถึง 1:30 เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นค่อยๆ เพิ่ม แต่ไม่ควรเกิน 1:100 แม้จะเป็นมืออาชีพ

Margin Call คืออะไร?

Margin Call คือการแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์ว่าเงินในบัญชีของคุณเหลือน้อยเกินไป คุณต้องฝากเงินเพิ่มหรือปิด Position บางส่วน ไม่งั้นโบรกเกอร์จะปิดให้อัตโนมัติ (Stop Out)

Negative Balance Protection คืออะไร?

คือการป้องกันไม่ให้บัญชีติดลบ แม้ราคาจะกระโดดข้าม Stop Loss ไปมาก (Gap)

  • FCA/CySEC/ASIC: บังคับให้มี NBP สำหรับลูกค้ารายย่อยทุกราย
  • วิธีทำงาน: หากบัญชีติดลบจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด โบรกเกอร์จะรีเซ็ตให้เป็น 0
  • ข้อจำกัด: บัญชี Pro/Professional อาจไม่ได้รับการคุ้มครอง

ถ้าพอร์ตแตก (ล้างพอร์ต) ต้องเป็นหนี้โบรกเกอร์ไหม?

ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่คุณใช้:

  • โบรกเกอร์ที่มี Negative Balance Protection: ไม่ต้องเป็นหนี้ แม้บัญชีจะติดลบจากการขาดทุน โบรกเกอร์จะรีเซ็ตให้เป็น 0 คุณเสียแค่เงินที่ฝากไว้เท่านั้น โบรกเกอร์ที่มี Regulation Tier-1 (FCA, CySEC, ASIC) บังคับต้องมีฟีเจอร์นี้
  • โบรกเกอร์ที่ไม่มี NBP: ในทางทฤษฎีอาจต้องรับผิดชอบยอดติดลบ แต่ในทางปฏิบัติโบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะยกหนี้ให้ เพราะการฟ้องร้องไม่คุ้มค่า

💡 แนะนำ: เลือกโบรกเกอร์ที่มี Negative Balance Protection เสมอ เพื่อความสบายใจว่าเสียได้มากสุดแค่เงินที่ฝากไว้

พร้อมเริ่มเทรดอย่างปลอดภัยแล้วหรือยัง?

เปรียบเทียบโบรกเกอร์ทั้งหมดพร้อม Leverage, Regulation และโบนัส